ลิทัวเนีย ประเทศเล็กๆที่มีเสน่ห์ เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและธรรมชาติที่สวยงาม

เที่ยว ลิทัวเนีย ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป โดยอยู่ทางด้านฝั่งตะวันออกของทะเลบอลติก มีทิศเหนือติดกับประเทศลัตเวีย ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับประเทศเบลารุส และทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับประเทศโปแลนด์และรัสเซีย มีเมืองหลวงคือเมืองวิลนีอุส ประเทศที่มีธรรมชาติที่งดงามไปด้วยป่าดงดิบและป่าเบิร์ชเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี ทะเลสาบและแม่น้ำสีน้ำเงินสดใส และเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์

ความน่าสนใจของลิทัวเนียก็คือสถาปัตยกรรมและธรรมชาติที่สวยงาม ถึงประเทศแห่งนี้จะอยู่ใกล้กับประเทศรัสเซีย แต่ที่นี่ก็เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนและตึกในสไตล์ยุโรป อีกทั้งยังเต็มไปด้วยป่าเขาและทะเลสาบ บรรยากาศโดยรวมของประเทศนี้จึงไม่แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ในยุโรป

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ลิทัวเนีย ที่ควรไปเยือน

ลิทัวเนีย

1. วิลนีอุส (Vilnius) เป็นเมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1323 ด้วยประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ยาวนานและความสำเร็จในการอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนแบบยุโรปดั้งเดิมให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ มีเทือกเขาและป่าไม้ล้อมรอบ มีแม่น้ำเนริส (Neris) และแม่น้ำวิลเนีย (Vilnia) ไหลผ่าน ทำให้วิลนีอุสดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ไม่ยาก
ส่วนย่านเมืองเก่าของ เมืองวิลนีอุส ก็ได้ชื่อว่าเป็นเขตเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเขตยุโรปกลาง ซึ่งมีตึกอาคารเก่าแก่ที่งดงาม แบบย้อนยุคไปในช่วงศตวรรษที่ 15-16
เมืองวิลนีอุสมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง เช่น โบสถ์เซนต์แอน (St.Ann’s Church) โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกขนาดใหญ่ สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เป็นสถาปัตยกรรมโกธิคที่สวยงามที่สุดในลิทัวเนียและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เดิมเคยเป็นโบสถ์ไม้แต่ในปัจจุบันได้รับการบูรณะใหม่โดยใช้หินและอิฐเป็นโครงสร้างหลักแทน
นอกจากนี้ยังมีมหาวิหารแห่งวิลนีอุส (Vilnius Cathedral) มหาวิหารขนาดใหญ่ที่สุดในลิทัวเนีย สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1251 เดิมเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคแต่ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นแบบคลาสสิคในเวลาต่อมา ภายในวิหารนอกจากจะเป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว ยังเป็นสถานที่จัดแสดงภาพวาดเก่าแก่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 อีกด้วย


2. เมืองทราไก (Trakai) เมืองเล็ก ๆ ที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของลิทัวเนีย ปัจจุบันที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้เมืองทราไกยังเป็นบ้านของชาวคาไรต์จำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ
และที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือ ปราสาททราไก (Trakai Island Castle) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ในทะเลสาบกลาฟ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ และยังมีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของลิทัวเนีย รอบ ๆ ทะเลสาบจะถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้นานาพรรณ

เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 โดยจักรพรรดิ Vytautas ต่อมาได้เสียชีวิตลงภายในปราสาทแห่งนี้น ตัวอาคารสร้างขึ้นจากอิฐสีส้ม มีสะพานไม้ให้ได้เดินเชื่อมไปยังฝั่ง หากมองจากมุมสูงจะเห็นว่าปราสาทแห่งนี้ถูกโอบล้อมไปด้วยทะเลสาบสุดเงียบสงบ โดยรอบ ๆ ทะเลสาบก็เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่สีเขียวขจี ให้ความรู้สึกที่สดชื่น ผ่อนคลาย และโรแมนติกมาก ๆ
3. เคอร์นาฟ (Kernave) เคอร์นาฟซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกนี้ได้เป็นสถานที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มายาวนานราวหนึ่งหมื่นปี ปัจจุบันเป็นแหล่งโบราณคดีที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวท้องถิ่นและชาวต่างประเทศ
ปัจจุบันเคานาสถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรมของประเทศลิทัวเนีย ตัวเมืองมีแม่น้ำเนริส (Neris) และเนมูนัส (Nemunas) ไหลผ่าน เคานาสเป็นเมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีผังเมืองที่สวยงามเป็นระเบียบ


จุดที่น่าสนใจในเมืองเคอร์นาฟคือ ปราสาทเคานาส (Kaunas Castle) ปราสาทยุคกลางขนาดใหญ่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในช่วงกลางศตวรรษที่ 14 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเนมูนัส ตัวปราสาทเป็นอิฐสีส้ม ภายในจัดแสดงแกลเลอรี่ศิลปะภาพถ่ายและภาพวาดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ลิทัวเนีย รวมถึงโบราณวัตถุต่างๆ ที่รวบรวมได้จากภายในปราสาท
โบสถ์เซนต์ไมเคิล โบสถ์โรมันคาทอลิกขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเคานาส สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ.1891 – 1895 เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอไบแซนไทน์ โดดเด่นด้วยหลังคารูปโค้งและโดมขนาดใหญ่ ผู้คนนิยมมาเดินเล่น นั่งเล่นบริเวณโบสถ์เซนต์ไมเคิลจำนวนมาก


4. ดรัสคินินคาอิ (Druskininkai) ดรัสคินินคาอิเป็นเมืองรีสอร์ททางตอนใต้ของประเทศที่ได้รับความนิยมจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจากเบลารุส โปแลนด์ และรัสเซีย เนื่องจากเมืองแห่งนี้เป็นที่ที่ตั้งของรีสอร์ทและสปาเพื่อสุขภาพจำนวนมากซึ่งรามล้อมด้วยป่าไม้ที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจ ภายในเมืองจะยังได้พบกับถนนคนเดินขนาดใหญ่ โบสถ์ที่น่าทึ่งถึงสองแห่ง และร้านอาหารกับคาเฟ่ที่ปรุงอาหารรสจัดจ้านนับไม่ถ้วน
จุดที่น่าสนใจในเมืองดรัสคินินคาอิ คือพิพิธภัณฑ์ดรัสคินิน ใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองภาพถ่าย แผนที่ และโบราณวัตถุเก่าแก่ต่างๆ


อีกแห่งคือ โบสถ์ออร์โธดอกซ์ดรัสคินินคาอิ (Druskininkai Orthodox Church)บสถ์คริสต์นิกายออร์โธดอกซ์เก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ ค.ศ.1865 ตัวโบสถ์สร้างจากไม้ทาด้วยสีฟ้าสดใส เป็นโบสถ์ขนาดเล็กแต่ก็ถือว่ามีความสำคัญมากของเมือง ห่างออกไปนอกเมืองจะได้พบกับอุทยานกรูทัส (Grūtas Park)อุทยานและพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่เต็มไปด้วยรูปปั้นชาวโซเวียตและโบราณวัตถุในสมัยสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตลิทัวเนีย

Related Posts