เที่ยวฮอกไกโด ที่ไม่ได้แค่ทานอาหารทะเล แต่มีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก

เที่ยวฮอกไกโด Hokkaido ที่ไม่ได้แค่ทานอาหารทะเล และบุฟเฟ่ต์ปูอลาสก้า แต่ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก ที่รอให้ไปสัมผัสถึงเสน่ห์ของเมืองตอนเหนือ เพราะรูปแบบทางวัฒนธรรม สิ่งก่อสร้างอาคารบ้านเรือน อาหารต่างๆ มีความแตกต่างจากเมืองอื่นในญี่ปุ่น

เที่ยวฮอกไกโด

ฮอกไกโดเป็นทั้งภูมิภาค ชื่อของเกาะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือสุดของญี่ปุ่น จึงมีภูมิประเทศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี รวมไปถึงทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่ควรมาชมให้ได้สักครั้งในชีวิต
และยังเป็นหนึ่งใน 47 จังหวัดของประเทศญี่ปุ่น โดยชื่อมีความหมายตามตัวว่า ทางสู่ทะเลเหนือ

ฤดูกาลของฮอกไกโด

ก่อนจะเดินทางมาทราบถึงฤดูกาลในของฮอกไกโดกันก่อน โดยสามารถแบ่งได้เป็น 4 ฤดู คือ

– ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 13-25 องศา
– ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 30-35 องศา
– ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 22-27 องศา
– ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 5-7 องศา

สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อไป เที่ยวฮอกไกโด

เที่ยวฮอกไกโด หน้าร้อน
1. ป้อมโงเรียวกาคุ Fort Goryokaku เป็นป้อมขนาดใหญ่มีลักษณะเป็นรูปดาวแบบตะวันตก(ป้อมดาว 5 แฉก)ซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อก่อนหมดสมัยเอโดะ (Edo Period) เพื่อปกป้องเมืองฮาโกดาเตะจากมหาอำนาจตะวันตกแต่เมื่อไม่กี่ปีต่อจากนั้นที่นี่ได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นจากการสำเร็จราชการของผู้มีอำนาจสูงสุดในการปกครองสมัยเมจิ
หลังจากป้อมแห่งนี้ไม่ได้ใช้งานแล้ว จึงถูกดัดแปลงให้กลายเป็นสวนสาธารณะในช่วงปี 1910 ปลูกต้นซากุระกว่า 100 ต้นตามแนวคูน้ำ ให้เป็นจุดชมดอกซากุระที่สวยงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิต้นเดือนพฤษภาคม
นอกจากนี้ป้อมโงเรียวกาคุ ยังมีหอคอยโงเรียวกาคุที่สูง 90 เมตร สำหรับชมวิวรอบ ๆ ป้อมแบบพาโนรามา โดยหอคอยถูกจัดสร้างขึ้นในปี 2006 ด้านล่างหอคอย มีทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และนิทรรศการเกี่ยวกับการจัดตั้งป้อมแห่งนี้อีกด้วย
ค่าใช้จ่าย: ผู้ใหญ่ 500 เยน, นักศึกษาและผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 250 เยน (เด็กเล็กเข้าชมฟรี)
เวลาเปิด-ปิด: 9:00-18:00 (เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เปิดถึง 17:00)
วันปิดทำการ: วันที่ 31 ธันวาคม – 3 มกราคม และวันหยุดพิเศษอื่นๆ

ที่เที่ยวฮอกไกโด หน้าหนาว
2. หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร Sapporo Clock Tower หอนาฬิกาไม้ที่สวยงามแห่งนี่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ซัปโปโร เป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวต้องมาถ่ายรูปเมื่อมาถึง ซัปโปโร จนกลายเป็นจนนัดพบที่สำคัญแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นในปีค.ศ.1878 (ปีเมจิที่ 11)
จุดเด่นคือด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมอาคารไม้ที่เรียกว่าโครงสร้างแบบบอลลูน ซึ่งเป็นที่นิยมในอเมริกากลางและอเมริกาตะวันตกในช่วงยุคบุกเบิก เป็นอาคารที่มีความเด่นสะดุดตาด้วยหลังคาสีแดงและผนังสีขาวแต่มีบันทึกที่น่าแปลกใจหลงเหลืออยู่ว่าในช่วงระยะหนึ่งที่เคยถูกใช้เป็นหอสมุดประจำเมืองนั้นผนังอาคารเคยมี
สีเขียวมาก่อน
ภายในอาคารเรายังสามารถเข้าไปชมกลไกของนาฬิกาลูกตุ้ม และเรียนรู้ประวัติของเมืองที่จัดแสดงไว้ได้อีกด้วย
เปิด : 09.00 – 17.00 (ด้านใน)
การเดินทาง : นั่ง JR ลงสถานี Sapporo ทางออก South Exit
ค่าเข้า : 200 เยน

เที่ยวฮอกไกโด เดือนไหนดี
3. สวนสัตว์อะซาฮิยาม่า Asahiyama Zoo เป็นสวนสัตว์ที่มีชื่อเสียงในแถบรอบนอกของเมืองอะซาฮิกาว่า กลางเกาะฮอกไกโด ซึ่งทางสวนสัตว์อนุญาตให้ผู้เข้าชมได้เข้าชมสัตว์นานาชนิดจากหลากหลายมุมมอง เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนสวนสัตว์แห่งอื่นๆ
เช่น การเดินผ่านอุโมงค์แก้ว เพื่อชมนกเพนกวินว่ายน้ำ การเดินผ่านโดมแก้วหิมะ เพื่อชมการใช้ชีวิตของหมีขั้วโลก เป็นต้น โดยไฮไลท์สุดของสวนสัตว์นี้คือการชมขบวนเพนกวินเดินพาเรดมาตามทางหิมะที่สามารถชมได้อย่างใกล้ชิดไม่มีอะไรมากั้นเลย

เที่ยวฮอกไกโด เดือนธันวาคม
ทั้งนี้ในแต่ละส่วนนั้นได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิดว่ามีวิถีความเป็นอยู่ตามธรรมชาติอย่างไร การจัดแสดงเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวไม่ให้เป็นการรบกวนสัตว์ต่างๆ จนมากเกินไป
การเข้าชมสวนสัตว์อะซาฮิยาม่า
เวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.30 น. – 15.30 น. (อาจมีบางช่วงที่เปิดถึง 17.00)
ค่าเข้าชม: 820 เยน

เที่ยวฮอกไกโดด้วยตัวเอง

4. ริมคลองโอตารุ Otaru Canal Area เป็นเมืองท่าเรือขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของซัปโปโร มีการอนุรักษ์พื้นที่คลองไว้อย่างสวยงาม และยังมีหมู่บ้านประมงปลาเฮอร์ริ่ง อดีตเคยเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าและเป็นท่าประมงที่สำคัญ ทำให้ตึกและบ้านของเมืองนี้ส่วนใหญ่เป็นโอดังเก่าหรืออดีตบริษัทขนส่งที่เคยเปิดกิจการเมื่อในอดีต
แต่เมื่อการขนส่งเริ่มมีการพัฒนาและมีความทันสมัยมากกว่าเดิม เมืองท่าแห่งนี้ก็ค่อย ๆ ถูกลดความสำคัญลง เหลือเพียงหมู่บ้านชาวประมงที่ชื่อเฮอร์ริ่งเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ จึงทำให้ทางการได้เข้าไปปรับโฉมให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ไฮไลท์ของเมืองโอตารุแห่งนี้คือริมคลองโอตารุ คลองแห่งนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงาม บรรยากาศดีเหมาะกับกการเดินชิลล์เลียบคลองไปเรื่อย ๆ เพราะตลอดสองข้างทางมีอาคารโบราณเรียงรายอยู่อย่างสวยงาม
บริเวณริมคลองนี้ยังเป็นพื้นที่จัดงานเทศกาลในฤดูหนาวของโอตารุด้วย โดยเขาจะประดับไฟสวยงามไปทั่ว ส่องประกายระยิบระยับงดงามท่ามกลางหิมะสีขาว สวยงามเป็นอย่างมาก

Related Posts