เที่ยวจังหวัดนารา เมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่น

ของกิน นารา

วันนี้เราจะพาไป เที่ยวจังหวัดนารา ที่ในอดีตครั้งหนึ่ง เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่น โดยมีชื่อเดิมว่าจังหวัดยามาโตะ ซึ่งที่จังหวัดนารานี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าวัดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหลวงเก่าแห่งนี้

สถานที่ท่อง เที่ยวจังหวัดนารา ที่น่าสนใจ

 

เที่ยวจังหวัดนารา

1. วัดโทไดจิ Todai-ji เป็นวัดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดนารา ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้มาเที่ยวชมและกราบไหว้ขอพรได้อย่างล้นหลาม โดยวัดโทไดจิมีชื่อเรียกโดยชาวบ้านทั่วไปว่าวัดหลวงพ่อโตแห่งเมืองนารา เป็นวัดที่มีความเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดนาราอีกทั้งยังมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

และเมื่อมาถึงวัดโทไดจิสิ่งที่พลาดไม่ได้ คือการไปไหว้สักการะ ไดบุตสึเดน หรือหลวงพ่อโต ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารหลวง โดยมีความสูงมากถึง 15 เมตร โดยอาคารแห่งนี้สร้างจากไม้แล้วได้การยกย่องว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยทีเดียว

วัดโทไดจิแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีคริสต์ศักราช 752 จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าวัดแห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางของวัดทั้งหมดในประเทศญี่ปุ่นในขณะนั้น อีกทั้งยังเป็นวัดที่มีอิทธิพลอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ทางรัฐบาลจึงต้องการลดบทบาทของวัดแห่งนี้ลงจึงได้ทำการย้ายเมืองหลวงจากจังหวัดนาราไปนาจังหวัดกาโอกะนั่นเอง

ซึ่งอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่วัดโทไดจิ ที่ต่างเป็นที่ชื่นชอบของทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะเด็กเล็กเด็กน้อยนั่นก็คือการให้อาหารกับเหล่ากวางที่มีมากมายหลายตัว เดินกันขวักไขว่เต็มสวนเลยทีเดียว โดยที่นี่จะทำขนมที่ชื่อว่าขนมเซมเบ้ที่ให้กวางโดยเฉพาะ โดยมีการตั้งจำหน่ายที่ร้านค้าราคาประมาณห่อละ 150 เยน

อัตราค่าบริการเข้าชม
500 เยน /คน
วันและเวลาเปิด-ปิด
เปิดบริการทุกวัน โดยช่วงเวลาเปิดปิดนั้นแตกต่างกันออกไปในแต่ละเดือนดังนี้
พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ 8:00 – 16:30 น.
มีนาคม 8:00 – 16:30 น.
เมษายน – กันยายน 7:30 – 17:30 น.
ตุลาคม 7:30 – 17:00 น.
เมษายน – กันยายน 7:30 – 17:30 น.
ตุลาคม 7:30 – 17:00 น.

 

 เที่ยวนาราครึ่งวัน

 

2. ศาลเจ้าฮิมุโระ Himuro Shrine เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าพันปีแล้ว โดยศาลเจ้าแห่งนี้มีการบูชาเทพเจ้าแห่งน้ำแข็งโดยมีความเชื่อว่าเทพเจ้าน้ำแข็งนั้นได้สถิตอยู่ที่ศาลเจ้าที่โมเดิร์นแห่งนี้ ทำให้ผู้ที่ทำงานหรือมีอาชีพเกี่ยวกับน้ำแข็งนิยมมากราบไหว้ขอพรกันที่นี่เป็นจำนวนมาก

โดยในทุกๆปีนั้นที่ศาลเจ้าให้โมโหจะมีการจัดงานเทศกาลทุกๆปี ชื่อว่าเทศกาลฮิมุโระชิรายูกิ คืองานที่ให้ร้านน้ำแข็งใสจากทั่วญี่ปุ่นมาเปิดบูธออกร้านกัน ทั้งจังหวัดโตเกียว โกเบ และนาโกย่า ต่างเข้าร่วมเทศกาลนี้กันอย่างคึกคัก

นอกจากนี้ก็ยังมีการทำพิธีการไหว้บูชาน้ำแข็ง แล้วพอเสร็จพิธีก็นำน้ำแข็งเหล่านั้นมารับประทานกัน ซึ่งผู้คนจากทั่วทั้งญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่างเดินทางมาร่วมงานนี้มากมายในบางปีนั้นงานเพียง 2 วันมีผู้คนเดินทางไปร่วมงานมากกว่า 10,000 คนเลยทีเดียว

โดยการจัดงานเทศกาลนี้ในแต่ละปีนั้นไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอนอาจจะต้องเช็คข่าวคราวก่อนเดินทางแปลภาษาไปไม่ตรงช่วงการจัดเทศกาลน้ำแข็งไสแล้วล่ะก็ ศาลเจ้าที่โมเดิร์นยังเป็นสถานที่ชมดอกซากุระที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดญี่ปุ่น ได้เวลาที่เหมาะสมในการไปชมดอกซากุระคือช่วงประมาณต้นฤดูร้อนของเมืองนารา ประมาณเดือนปลายเดือนมีนาคมไปถึงต้นเดือนเมษายน

วันและเวลาเปิดทำการ
เปิดทำการทุกวันและตลอดทั้งปี ตั้งแต่เวลา 6.30 – 18.00 น. (เวลาปิดประตูอาจแตกต่างกันตามช่วงฤดูกาล)

 

 เที่ยวนารา หน้าหนาว

 

3. วัดโคฟุคุจิ Kofoku-ji อีกหนึ่งวัดเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยพุทธศักราช 1253 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เมืองดารานั้นยังเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นอยู่นั่นเอง โดยวัดแห่งนี้เคยเป็นวัดของตระกูลที่ทรงอิทธิพลในขณะนั้น คือตระกูลฟูจิวาระที่มีอำนาจมากในช่วงยุคนาราและเฮอัน

ในสมัยก่อนนั้นสิ่งปลูกสร้างในวัดโคฟุคุจิมีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีอาคารหรือมากกว่า 150 อาคารแต่ด้วยกาลเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนานจึงทำให้หลงเหลืออาคารเพียงไม่กี่อาคารเท่านั้นให้เราได้ชื่นชม

สิ่งปลูกสร้างที่สำคัญของวัดโคฟุคุจิ
– เจดีย์ 5 ชั้น เป็นเจดีย์ที่อยู่คู่กับวัดมาอย่างยาวนาน ทำให้ในปัจจุบันเจดีย์แห่งนี้ได้กลายเป็นสมบัติของชาติ แต่ด้วยความเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาทำให้เจดีย์แห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งในปีคริสตศักราช 1426 มีลักษณะเป็นหอคอยไม้ที่มีความสูงประมาณ 50 เมตร
– หอTokon-do เป็นหอที่ถูกไฟไหม้อยู่หลายต่อหลายครั้ง ทำให้มีการซ่อมแซมอยู่ด้วยมา จนกระทั่งถูกสร้างขึ้นใหม่ในสมัยมุโรมาจิ โดยภายในหอTokon-do เป็นที่เก็บสมบัติและทรัพย์สินของชาติที่สำคัญมากมาย
– หอHokuen-do เป็นหอที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดของวัดแห่งนี้ มีลักษณะเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยม ถูกออกแบบและก่อสร้างอย่างเรียบง่าย เป็นหอที่มีขนาดไม่ใหญ่มากภายในเป็นที่เก็บสมบัติของชาติเช่นกัน เช่นรูปปั้นไม้ Miroku Bosatsu

อัตราค่าบริการเข้าชม
วัดโคฟุคุจิสามารถเข้าชมได้ฟรี แต่จะมีบางส่วนเท่านั้นที่เสียค่าบริการ โดยจุดที่เสียค่าบริการมีดังต่อไปนี้
National Treasure Museum ประมาณ 600 เยน
Eastern Golden Hall 300 เยน
National Treasure Museum และ Eastern Golden Hall 800 เยน

วันและเวลาทำการ
วัดโคฟุคุจิเปิดทำการทุกวัน
National Treasure Museum และ Eastern Golden Hall เปิดเวลา 9:30 – 17:00 น.

 

เที่ยวนารา

 

4. พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินารา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาตินาราที่ค่อนข้างมีขนาดใหญ่ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ของจังหวัดนรามีอายุประมาณ 100 ปีมาแล้ว แต่มีการรักษาให้ยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อเริ่มก่อสร้างเลย

ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้ ส่วนจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องสำริดในพิธีกรรมต่างๆในอดีต จะอยู่ทางด้าน ตะวันออกและด้านตะวันตก ส่วนจัดแสดงประติมากรรมทางพระพุทธศาสนาของจังหวัดนาราจะมีลักษณะเป็นห้องโถง ส่วนจัดแสดงประติมากรรมของพระพุทธศาสนาประจำเมืองนารา จัดแสดงส่วนใหญ่อุทิศให้กับพุทธศาสนาในญี่ปุ่น โดยภายในจะมีโบราณวัตถุมากมายมาจัดแสดง เป็นโบราณวัตถุในช่วงค.ศ. 710-794 ไม่ว่าจะเป็น ภาพวาด รูปปั้นพระพุทธรูป และวัตถุโบราณของญี่ปุ่นในสมัยก่อน

โดยในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินาราจะมีการจัดนิทรรศการที่น่าสนใจ คือนิทรรศการ โชโซอินเทน ที่มีการจัดแสดงโชว์สมบัติที่สำคัญของชาติ เป็นสมบัติในช่วงสมัยศตวรรษที่ 8 สมบัติที่สำคัญและล้ำค่าเหล่านี้ไม่ถูกนำมาจากต่างประเทศผ่านทางเส้นทางสายไหมมายังประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

อัตราค่าบริการเข้าชม
ผู้ใหญ่ 520 เยน เด็ก 260 เยน
วันและเวลาเปิดปิด
เปิดบริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา9:30 – 17:00 น. ทุกวันศุกร์ของเดือนเมษายน – ตุลาคม: 9:30 – 19:00 น.
ปิดบริการทุกวันจันทร์และวันที่ 1 มกราคม

 

พระราชวังเฮโจ นารา

5. พระราชวังเฮโจ เป็นพระราชวังที่มีความสำคัญอย่างมากทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดนารา เนื่องจากในสมัยก่อนพระราชวังเฮโจแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิมาลาอีกทั้งยังเป็นสถานที่ของหน่วยงานราชการอีกด้วย ดังนั้นจึงทำให้พระราชวังแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้กลายเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก อีกแห่งของจังหวัดนารา

ลักษณะประติมากรรมของพระราชวังเฮโจนั้นมีการออกแบบและก่อสร้างที่ค่อนข้างปราณีตอย่างมาก โครงสร้างภายในของพระราชวังมีความซับซ้อนมาก โดยจุดที่เป็นจุดเด่นและดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้มากที่สุดนั่นก็คือห้องที่ใหญ่ที่สุด ที่ชื่อว่า Daigokuden ในอดีตนั้นห้องนี้ได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีการที่สำคัญๆมากมาย รวมถึงการประชุมต่างๆด้วย ในส่วนของฝ้าเพดานมีการตกแต่งด้วยรูปภาพสัตว์ 4 ชนิด และภาพของ 12 นักษัตรในบริเวณกลางห้องโถง

ด้วยเหตุที่มีอายุมาอย่างยาวนานพระราชวังเฮโจมีการถูกปรับแต่งและสร้างเพิ่มเติมในบางส่วนอย่างเช่นประตูใหญ่ทางทิศใต้ของปราสาทที่ชื่อว่าประตู Suzakumon บริเวณสวนหย่อมของปราสาท นอกจากนี้ยังมีส่วนที่สร้างขึ้นใหม่อีกแห่งหนึ่งก็คือสำนักงานของราชวัง นอกจากการเที่ยวชมพระราชวังเฮโจแล้วยังมีนิทรรศการให้ได้เที่ยวชมอีกด้วย

อัตราค่าบริการเข้าชม
500 เยน
วันและเวลาทำการ
เปิดบริการตั้งแต่เวลา 9:00-16:30 โดยต้องเข้าชมก่อนเวลา 16:00
หยุดทำการทุกวันจันทร์ และวันที่ 29 ธันวาคม- 3 มกราคม

Related Posts